การเช่ารถในอเมริกา

นอกจากการนั่งเครื่องบินซึ่งเหมาะสำหรับการไปเที่ยวในเมืองหรือรัฐที่ไกลๆแล้ว อีกหนึ่งวิธีที่เพื่อนๆสามารถเดินทางได้คือการขับรถเที่ยวไปยังเมืองหรือรัฐต่างๆที่ไม่ไกลจนเกินไปหรือที่เรียกว่า RoadTrip ทั้งนี้การเที่ยวแบบ Roadtrip ก็จะทำให้เพื่อนๆได้มีโอกาสสัมผัสความรู้สึกที่แตกต่างออกไปจากการท่องเที่ยวโดยการใช้เครื่องบิน นอกจากนั้นในบางแห่งหากเพื่อนๆไม่เช่ารถเที่ยวแล้วก็ไม่มีโอกาสที่จะได้เห็นบรรยากาศดังกล่าวเลยเช่น Highway One ริมทะเลจาก San Fran ลงไปทาง LA เป็นต้น โดยปกติแล้วเวลาการท่องเที่ยวแบบ Roadtrip นี้เพื่อนๆอาจจะนำรถของตัวเองไปก็ได้ อย่างไรก็ตามสำหรับเพื่อนๆที่ไม่อยากนำรถไปเองเนื่องจากกลัวว่าจะเกิดปัญหาระหว่างทางหรือไม่มีรถเป็นของตัวเองนั้น ก็สามารถเช่ารถไปท่องเที่ยวได้โดยมีค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบดังนี้

  1. ค่าเช่ารถ ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆดังนี้

1.1 ประเภทของรถยนต์ โดยประเภทของรถยนต์ก็ไล่ไปตั้งแต่ประเภท Economy, Compact, Intermediate, Standard, Full Size, Luxury, Minivan, Sport Utility, Large SUV, Truck และ Van ซึ่งรถยนต์แต่ละประเภทนั้น โดยทั่วไปแล้วก็จะมีเครื่องยนต์, จำนวนที่นั่งและวัตถุประสงค์การใช้ที่แตกต่างกันออกไป

1.2 อายุของคนขับ ถ้าคนขับมีอายุน้อยกว่า 25 ปี ทางบริษัทให้เช่ารถก็จะทำการชาร์ตราคาเพิ่มนะครับ

1.3 ระยะเวลาที่เช่า ทั้งนี้ทางบริษัทให้เช่ารถนั้นอาจจะมีราคาแบบรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือนให้เพื่อนๆได้เลือก

นอกจากนี้โดยปกติแล้ว หากเพื่อนๆต้องการเพิ่มชื่อผู้ขับรถเพิ่มเติมก็สามารถทำได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ

  1. ค่าประกันรถ การประกันรถเช่านี้ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เพื่อนๆไม่ควรละเลยนะครับ จากประสบการณ์ของผมเองที่ผ่านมา การเช่ารถแต่ละครั้งนั้นจะทำประกันแบบ Full Option คือไม่ว่าเราจะเป็นคนผิดหรือคู่กรณีเป็นคนผิด เราไม่ต้องทำการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ทางบริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบ ที่ผมและเพื่อนๆเลือกแบบนี้เนื่องจากถนนหนทางที่เราจะเดินทางไปนั้นเราไม่เคยไปมาก่อน แล้วก็ไม่รู้ว่าสภาพถนนเป็นอย่างไรบ้าง นอกจากนั้นการขับรถพวงมาลัยซ้ายยังไม่เป็นที่เคยชินสำหรับผมและเพื่อนๆเนื่องจากไม่มีรถและไม่ได้ขับรถกันเป็นประจำครับ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงเลือกประกันแบบ Full Option อย่างไรก็ตาม สำหรับเพื่อนๆที่อาจจะชินกับการขับรถที่อเมริกาแล้วและเคยชินกับถนนหนทาง ก็อาจจะเลือกประกันอีกแบบนึงก็คือหากเกิดอุบัติเหตุที่เราเป็นผู้กระทำผิด ทางบริษัทประกันจะรับผิดชอบเฉพาะค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถให้กับคู่กรณี ในส่วนของรถเช่าที่เราขับนั้น เราต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเองครับ (แต่ถ้ากรณีที่เราเป็นฝ่ายถูกแล้วเลือกประกันประเภทนี้ คู่กรณีจะเป็นคนจ่ายให้เราครับ) หรือสรุปง่ายๆว่ามันก็จะเหมือนกับประกันชั้น 1 กับประกันชั้น 3 ในเมืองไทยนั่นเอง

อย่างไรก็ดี ค่าประกันรถยนต์แบบ Full Option นั้นก็จะแพงพอๆกับค่าเช่ารถเลยทีเดียวครับ เพราะฉะนั้นเพื่อนๆก็ควรเผื่อค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วยนะครับ

  1. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

หากเพื่อนๆต้องการเช่ารถโดยเริ่มจากที่สนามบิน โดยปกติแล้วทางบริษัทให้เช่ารถก็จะชาร์ทราคาเพิ่มเติมครับ เนื่องจากทางบริษัทให้เช่ารถเหล่านั้นต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการจอดรถในที่จอดรถสนามบินด้วยเช่นกัน ดังนั้นเค้าจึงผลักภาระมาให้ผู้บริโภคอย่างเราๆครับ อย่างไรก็ตาม ก็มีบริษัทให้เช่ารถบางบริษัทเช่น Fox ที่เพื่อนๆจะไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่อาจจะต้องรถแวนของเค้าเพื่อออกมาเอารถที่ออฟฟิศของเค้าซึ่งตั้งอยู่ด้านนอกใกล้ๆกับสนามบิน

นอกจากนั้นในกรณีที่เพื่อนๆต้องการเช่ารถจากเมืองหนึ่ง แต่ต้องการคืนรถอีกเมืองหนึ่งหรืออีกรัฐหนึ่ง บริษัทให้เช่ารถส่วนใหญ่จะชาร์ตค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วยเช่นเดียวกันครับ

สำหรับเพื่อนๆที่เป็นห่วงเรื่องแผนที่นะครับ ในปัจจุบันบริษัทให้เช่ารถส่วนใหญ่ก็จะมีให้เช่า Navigator ด้วยนะครับ ซึ่งก็จะเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับเพื่อนๆที่ต้องการท่องเที่ยวอย่างสบายใจไม่ต้องกลัวหลง

  1. ค่าน้ำมัน ราคาน้ำมันจะอยู่ที่ประมาณ 3 เหรียญต่อแกลลอนครับ (ประมาณ 23 บาทต่อลิตร)

ทั้งนี้ก่อนที่เพื่อนๆจะไปเช่ารถนั้น ผมอยากจะแนะนำให้เพื่อนๆลองค้นหาคูปองส่วนลดจากอินเตอร์เนตดูนะครับ เพราะในบางครั้งก็จะช่วยเพื่อนๆประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้บ้างหรืออาจจะลองเข้าเวบ Orbitz, Expedia หรือ Priceline ดูก็ได้ครับ นอกจากนี้แต่ละบริษัทก็จะมีค่าเช่ารถที่แตกต่างกันพอสมควรนะครับ ดังนั้นจึงควรต้องเช็คราคาเปรียบเทียบกับหลายๆบริษัท โดยมีรายชื่อบริษัทให้เช่ารถบางส่วนดังนี้ครับ Alamo, AVIS, Budget, Dollar, Enterprise Rent-A-Car  , Foxrentalcar, Hertz, Thrifty

Leave a Comment