การเลือกที่พัก เมื่อเรียนต่อต่างประเทศ

ก่อนที่จะอธิบายลักษณะของที่พักที่นักเรียนไทยส่วนใหญ่เลือกพักเมื่อเรียนต่อต่างประเทศกันนั้น ผมขอทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทต่างๆของห้องพักกันก่อนนะครับ

  1. Studio จะเป็นห้องพักที่มีขนาดเล็ก โดยมีพื้นที่การใช้สอยค่อนข้างจำกัด กล่าวคือ ห้องนอนและห้องนั่งเล่นอาจจะเป็นบริเวณเดียวกัน โดยอาจจะมีห้องครัวเล็กๆไว้ใช้สอย นอกจากนั้นบางแห่งอาจจะมีห้องน้ำในตัวหรืออาจจะต้องใช้ห้องน้ำรวม ข้อดีของห้องประเภทนี้ก็คือ ราคาจะถูกกว่าห้องพักรูปแบบอื่นๆ เหมาะสำหรับคนที่อยากอยู่คนเดียวและมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างจำกัด อย่างไรก็ดี เนื่องจากห้องมีขนาดเล็ก การใช้สอยอาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นบ้างเช่น เมื่อทำอาหาร อาจจะมีกลิ่นอาหารติดมาที่ห้องนอนเป็นต้น
  2. One Bedroom จะเป็นห้องพักแบบห้องนอนเดียว โดยอาจจะมีห้องนั่งเล่นแยกเป็นอีกห้องหนึ่งอย่างเป็นสัดส่วน ซึ่งห้องนอนแบบ One Bedroom นั้นขนาดห้องจะใหญ่กว่าแบบ Studio อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้นตามไปด้วยเช่นเดียวกัน ห้องประเภท One Bedroom นี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบที่จะอยู่คนเดียว โดยที่อาจจะไม่มีปัญหาทางการเงิน
  3. Two Bedroom จะเป็นห้องพัก 2 ห้องนอน โดยอาจจะมีห้องน้ำ 1 หรือ 2 ห้อง นอกจากนั้นโดยปกติแล้วก็จะมีห้องนั่งเล่น และห้องครัวที่เป็นสัดส่วน โดยส่วนมาก ราคาแบบ Two Bedroom นั้นก็จะแพงกว่าห้องแบบ One Bedroom อยู่บ้าง อย่างไรก็ตามเมื่อหารค่าใช้จ่ายออกมาแล้วก็อาจจจะมีค่าใช้จ่ายต่อคนที่ถูกกว่าห้องแบบ One Bedroom อยู่พอสมควร นอกจากเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพื่อนๆต้องคำนึงถึงแล้ว เพื่อนๆก็ควรที่จะต้องระมัดระวังเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคน โดยจะต้องทำการตกลงในเรื่องต่างๆกับ Roommate เช่น เรื่องการล้างจาน การล้างห้องน้ำ การทำความสะอาดบ้าน และการซื้อของต่างๆ ก่อนที่จะมาอาศัยอยู่ด้วยกัน ทั้งนี้การเลือกซื้อของเข้าบ้านนั้น ในกรณีที่ซื้อของในห้องส่วนรวม ผมอยากจะแนะนำว่าของแต่ละชิ้น ควรแยกกันซื้อและไม่ควรแชร์กัน เนื่องจากหากต้องการย้ายบ้านเมื่อครบสัญญาแล้ว การขายของ หรือการย้ายของดังกล่าวจะทำได้ง่ายกว่ากรณีซื้อของแล้วหารกัน

นอกจากตกลงเงื่อนไขต่างๆแล้ว เพื่อนๆที่คิดว่าจะเป็น Roommate กันก็ควรที่จะต้องอาศัยแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย อะไรแบ่งปันกันได้ก็แบ่งไป อะไรยอมได้ก็ยอมไป แต่ถ้ากรณีที่เกิดปัญหา ก็ควรที่จะบอกหรือพูดคุยกันตรงๆ ไม่ควรทนและปล่อยให้เวลาผ่านไป หากเพื่อนๆมี Roommate ที่เข้าใจกัน มีน้ำใจ ก็จะถือได้ว่าการพักในรูปแบบนี้จะเป็นประโยชน์ทั้งในส่วนของการประหยัดค่าใช้จ่าย และการมีเพื่อนไว้คุยเวลาเหงาได้เป็นอย่างดี

สำหรับที่พักบางแห่งก็อาจจะมีห้องนอนมากกว่า 2 ห้องนอนเช่น 3 -5 ห้องนอนนะครับ โดยส่วนมาก ยิ่งห้องนอนยิ่งมาก ค่าใช้จ่ายต่อห้องก็จะยิ่งถูกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ก็อาจจะมีปัญหาต่างๆในเรื่องของการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันเกิดขึ้น ดังนั้นก็ต้องระมัดระวังปัญหาที่อาจเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน

เมื่อทราบลักษณะคร่าวๆของห้องนอนในลักษณะต่างๆแล้ว ลองมาดูว่านักเรียนไทยส่วนใหญ่เลือกที่อยู่แบบใดกันบ้าง

  1. หอพักในมหาวิทยาลัย โดยทั่วไปแล้วมหาวิทยาส่วนใหญ่จะมีหอพักของมหาวิทยาลัยเอง ซึ่งอาจจะอยู่ในมหาวิทยาลัยเลยหรืออาจจะอยู่ในพื้นที่ที่หากออกไปจากตัวแคมปัสบ้างแล้วแต่มหาวิทยาลัย สำหรับนักเรียน Freshman โดยส่วนใหญ่ทางมหาวิทยาลัยจะบังคับให้อยู่ในหอพักมหาวิทยาลัยครับ ทั้งนี้รูปแบบของหอพักก็อาจจะมีลักษณะให้เราเลือกประเภทหอพักที่แตกต่างกันไปเช่น Studio, One bedroom, Two Bedroom ฯลฯโดยที่บางห้องนั้นอาจจะมีห้องครัวสำหรับทำอาหารให้ บางห้องอาจจะมีห้องน้ำในตัว หรือบางห้องอาจจะมีแค่อ่างล้างหน้าให้ส่วนห้องน้ำต้องไปใช้ห้องน้ำรวม
  2. หอพักสำหรับผู้มีครอบครัวในมหาวิทยาลัย สำหรับบางมหาวิทยาลัยอาจจะมีที่พักสำหรับนักเรียนที่มีครอบครัวแล้วโดยเฉพาะ ซึ่งอาจจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป เช่น Family Housing มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจจะให้เฉพาะผู้ที่มีครอบครัวแล้วเข้าพักเท่านั้น แต่บางแห่งก็อาจจะมีการอนุญาติให้นักเรียนคนอื่นๆที่ยังไม่มีครอบครัวเข้าพักได้ ในกรณีที่ห้องพักไม่เต็มครับ
  3. อพาร์ทเมนท์นอกมหาวิทยาลัย (เอกชน) ที่พักประเภทนี้จะเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียนไทยส่วนใหญ่ โดยห้องพักก็จะมีหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันไปดังที่กล่าวข้างต้น ทั้งนี้อพาร์ทเมนท์ของเอกชนนั้นก็อาจจะมีทั้งแบบที่เป็น Furnished และ Unfurnished นอกจากนั้นแล้วก็ควรจะต้องสอบถามจาก Landlord ให้ดีว่าค่าใช้จ่ายนอกจากค่าห้องพักแล้ว ได้รวมค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆเช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเก็บขยะ ฯลฯ แล้วไว้หรือยังนะครับ
  4. บ้านเช่า สำหรับเพื่อนๆที่อาจจะรู้จักการใช้ชีวิตและสนิทสนมกันดีพอสมควรแล้ว ก็อาจจะอยู่ร่วมกันโดยเช่าบ้านทั้งหลังซึ่งอาจจะมีห้องนอนตั้งแต่ 3 – 5 ห้องนอน ทั้งนี้การอาศัยอยู่ในบ้านเช่านั้นอาจจะไม่แตกต่างกันมากมายในด้านค่าใช้จ่ายเมื่อเปรียบเทียบกับการพักในอพาร์ทเมนท์นอกมหาวิทยาลัย แต่การที่ได้อยู่บ้านซึ่งอาจจะมีบริเวณภายในบ้านมากกว่า โดยบ้านบางหลังอาจจะมีสนามหญ้าและมีพื้นที่ให้จัดปาร์ตี้ด้วยนั้น ก็อาจจะทำให้เพื่อนๆได้มีความรู้สึกที่แตกต่างออกไปอยู่บ้าง โดยเฉพาะสำหรับเพื่อนๆบางคนที่อยากหรือมีความชื่นชอบส่วนตัวที่จะอยู่บ้านแบบที่เห็นในซีรีส์หนังฝรั่ง อย่างไรก็ตามการอยู่อาศัยร่วมกันแม้ว่าจะสนิทกันแค่ไหน ก็อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ ดังนั้นจึงต้องระวังปัญหาที่จะเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน
  5. Homestay รูปแบบการพักประเภทนี้อาจจะเหมาะกับเพื่อนๆที่มาเรียนภาษาในระยะสั้น หรือเพื่อนๆที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายอาจจะค่อนข้างสูงพอสมควร ทั้งนี้ยังต้องอยู่ภายใต้กฎที่ทางเจ้าของบ้านได้ตั้งขึ้น และความเป็นส่วนตัวอาจจะน้อยลงไปเมื่อเทียบกับการพักในรูปแบบอื่นๆ

โดยปกติแล้วการเช่าห้อง หรือเช่าบ้านพัก จะมีสัญญาการเช่า 1 ปี โดย Landlord แต่ละที่ก็อาจจะมีการแบ่งให้เช่าแบบระยะสั้นเช่น 3 เดือน หรือ 6 เดือน โดยอาจจะมีราคาห้องต่อเดือนที่แพงกว่าการเช่าแบบ 1 ปี นอกจากนี้เมื่อเริ่มต้นการเช่าแล้ว โดยปกติทาง Landlord จะขอเก็บค่ามัดจำ (Deposit) 1 เดือนเพื่อป้องกันข้าวของในห้องเสียหาย หากเกิดความเสียหายของข้าวของในห้องแล้วนั้น ทาง Landlord จะทำการหักค่าใช้จ่ายออกจากเงินมัดจำและคืนเงินที่เหลือให้เมื่อครบสัญญาการเช่า

สำหรับการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับห้องพัก เพื่อนๆสามารถดูได้จากเวบไซท์ของมหาวิทยาลัย, ทำการค้นหาจาก Google Map, ค้นหาจาก www.craigslist.org หรือแม้แต่สอบถามหรืออ่านจากบทสัมภาษณ์ของเพื่อนๆในเวบ Thaistudentabroad.com ก็ได้ว่าเพื่อนๆแต่ละคนแนะนำให้พักที่ไหนกันบ้างในแต่ละเมืองนั้นๆ ทั้งนี้นอกจากเรื่องห้องพักที่เราจะต้องดูให้ดีแล้ว สิ่งที่ควรที่จะต้องคำนึงถึงก็คือเรื่องของสถานที่ (Location) ด้วย แม้ว่าราคาห้องพักจะถูกจริง แต่ก็อาจจะไกลจากมหาวิทยาลัยทำให้การเดินทางไม่สะดวก หรืออาจจะเป็นแหล่งอันตรายในบริเวณนั้นๆ

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับที่พักมาพอสมควรแล้ว ผมอยากแนะนำให้เพื่อนๆไปดูสถานที่จริงก่อนที่จะตัดสินใจเลือกนะครับ ซึ่งอาจจะทำให้เพื่อนๆมีปัญหาบ้างเมื่อไปถึงอเมริกาแรกๆเนื่องจากอาจจะยังไม่มีที่พักที่แน่นอน ซึ่งผมแนะนำว่าเพื่อนๆอาจจะติดต่อไปยังสมาคมนักเรียนไทยในแต่ละมหาวิทยาลัยเพื่อขอพักอาศัยกับนักเรียนไทยในช่วงแรกๆก่อน แล้วจึงรีบไปดูสถานที่ที่เราได้ทำการหาข้อมูลมาตั้งแต่อยู่ที่เมืองไทยแล้ว หลังจากนั้นจึงค่อยย้ายไปที่พักใหม่ โดยการไปพักอาศัยกับเพื่อนๆนักเรียนไทยคนอื่นๆนั้น เพื่อนๆก็อาจจะช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆเพื่อเป็นสินน้ำใจให้กับคนที่เราไปขออาศัย หรือหากไม่อยากรบกวนเพื่อนๆนักเรียนไทย ก็อาจจะไปพักตาม Youth Hostel ต่างๆซึ่งราคาจะค่อนข้างถูกพอสมควรเมื่อเทียบกับการไปพักตามโรงแรมทั่วไป

Leave a Comment